อาการปวดฝ่ามือ หรือขยับนิ้วแล้วมีเสียงกึกๆ เป็นสัญญาณเตือนของโรคยอดฮิตของคนทำงานอย่าง "โรคนิ้วล็อค" ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ วันนี้มาทำความเข้าใจสาเหตุและแนวทางการรักษากับ นพ.ธารพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อกันครับ
สังเกตอาการเริ่มต้นของ "นิ้วล็อค"
อาการของโรคนิ้วล็อคในระยะเริ่มต้น ส่วนใหญ่มักจะเริ่มมีอาการเจ็บแถวบริเวณช่วงฝ่ามือ บางท่านอาจเริ่มรู้สึกเจ็บเวลาที่ทำการกำมือหรือแบมือ หากปล่อยไว้จนอาการเริ่มเป็นเยอะขึ้น จะเริ่มพบความผิดปกติดังนี้:
- มีการสะดุดเวลางอนิ้ว
- รู้สึกได้ว่าทุกครั้งที่ขยับนิ้วจะมีเสียงดัง "กึกๆ" ตลอดเวลา
- ในบางรายที่มีอาการมาก จะกำมือหรือแบมือได้ไม่สุด
สาเหตุของนิ้วล็อค: ทำไมถึงขยับนิ้วไม่ได้?
สาเหตุหลักๆ ของโรคนิ้วล็อค มักมาจากการ "ใช้งานมือเยอะ" จนทำให้เกิดการอักเสบและบวมของตัวเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็น
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น คุณหมอเปรียบเทียบกลไกการทำงานของนิ้วมือไว้อย่างน่าสนใจครับ:
“ให้ลองนึกภาพว่า เส้นเอ็น เหมือนกับ ขบวนรถไฟ ที่วิ่งไปตามแต่ละนิ้ว ส่วน ปลอกหุ้มเอ็น ก็เปรียบเสมือน อุโมงค์ ที่อยู่บริเวณช่วงฝ่ามือ”
ในภาวะปกติ ทุกครั้งที่เรากำหรือแบมือ เส้นเอ็น (รถไฟ) จะต้องลอดผ่านใต้ปลอกหุ้มเอ็น (อุโมงค์) ไปได้อย่างราบรื่น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราใช้งานมือหนักจนเกิดการอักเสบและบวม พื้นที่ในอุโมงค์จะแคบลง ทำให้ทุกครั้งที่ขยับมือจะเกิดการเสียดสีกันระหว่างเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็น จนถึงจุดหนึ่งที่บวมมากๆ รถไฟก็จะไม่สามารถลอดผ่านอุโมงค์ได้สะดวก ทำให้เกิดอาการนิ้วล็อค หรือกำแบได้ไม่สุดนั่นเอง

3 ขั้นตอนการรักษานิ้วล็อค
แนวทางการรักษานิ้วล็อคจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยคุณหมอแนะนำลำดับการรักษาไว้ดังนี้:
1. ระยะเริ่มต้น (เน้นการดูแลตัวเอง) หากเพิ่งเริ่มมีอาการ แพทย์จะแนะนำให้ทานยา พักการใช้งานมือ และใช้วิธีการประคบอุ่นดูซะก่อน ซึ่งคนไข้หลายคนอาการดีขึ้นได้ด้วยวิธีนี้
2. การฉีดยา (เมื่ออาการไม่ดีขึ้น) หากพักการใช้งานและทานยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ฉีดสเตียรอยด์เข้าตรงตำแหน่งปลอกหุ้มเอ็น การฉีดยาจะช่วยให้อาการอักเสบหายไป ส่งผลให้หลายคนกลับมาขยับนิ้วได้ดีขึ้น
3. การผ่าตัด (สำหรับผู้ที่เป็นเรื้อรัง) ถ้าหากฉีดยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นเลย แพทย์จะแนะนำให้ทำการผ่าตัด โดยเป็นการผ่าตัดเพื่อเปิดปลอกหุ้มเอ็นออก เมื่อผ่าตัดเปิดทางแล้ว เส้นเอ็นก็จะสามารถกลับมาขยับลอดผ่านได้ดีเหมือนเดิม
สรุป: โรคนิ้วล็อคเกิดจากการใช้งานมือหนักจนเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นบวม หากคุณเริ่มมีอาการขยับแล้วปวด สะดุด หรือมีเสียงกึกๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการและรับการรักษาที่เหมาะสมครับ





